ปฏิบัติการคว้า”โรนัลโด้”

มันเกิดขึ้นที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว หลังจบเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกรอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดที่สอง เรอัล มาดริด เบียดยูเวนตุสเข้ารอบตัดเชือกสุดดราม่า จุดโทษของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นาที 90+8 ทำให้เกมไม่ต้องยืดเยื้อถึงการต่อเวลาในสถานการณ์ที่แปลกประหลาดที่สุดคืออุตส่าห์บุกชนะมาในเกมแรก 3-0 แต่กลับเช็กบิลไม่ได้ ทางเข้าSBOBET

ฟาบิโอ ปาราติชี่ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของยูเวนตุสมีโอกาสได้พบกับ จอร์จ เมนเดส เอเยนต์ส่วนตัวของโรนัลโด้หลังจบเกมที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ทางเข้าSBOBET

“คริสเตียโน่ของนายนี่ยิงประตูที่น่าทึ่งได้มากมายจริงๆ เลยนะ ยอดเยี่ยมไปเลย” ปาราติชี่พูดกับเมนเดสอย่างนั้น เป็นการชวนคุยธรรมดาในการเริ่มบทสนทนาระหว่างกันแต่คำตอบที่ได้รับจากเมนเดสกลับไม่ธรรมดาเพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นของดีลเขย่าวงการในเวลาต่อมา

“คุณฟังผมนะ คุณอาจจะไม่อยากเชื่อ แต่คริสเตียโน่อยากไปเล่นให้ยูเวนตุสมาก” นั่นคือคำตอบจากเมนเดส “เขาจะย้ายทีม และคริสเตียโน่อยากไปเล่นให้ยูเวนตุสเท่านั้น เขาอยากย้ายไปอยู่กับทีมที่มีประวัติศาสตร์อีกทั้งตัวเขาเองก็ยังไม่เคยเล่นในอิตาลีมาก่อน เขาอยากจะเป็นแชมป์เซเรีย อาบ้าง มันยังมีเรื่องที่คุณต้องตกใจมากกว่านี้อีก ไว้ถ้ามีเวลาว่างเรามานั่งคุยกัน” เมนเดสสำทับ

ปาราติชี่บอกว่าสายตาของเมนเดสในตอนนั้นบ่งบอกชัดเจนว่ามันไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ หรือการรักษาน้ำใจ แต่พูดแบบที่หมายความตามที่พูดจริงๆ

‘เมนเดสเพิ่งจะบอกกับเราว่าโรนัลโด้กำลังจะย้ายออกจากเรอัล มาดริดเนี่ยนะ’ ปาราติชี่ถามตัวเองวนไปวนมาอยู่อย่างนั้นด้วยความไม่แน่ใจ

ก็ลองจินตนาการดูเอาเถิดครับว่าถ้าเราเป็นปาราติชี่ในตอนนั้นจะรู้สึกอย่างไร โรนัลโด้เพิ่งจะพาเรอัล มาดริดทะลุเข้ารอบตัดเชือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกสมัย สถิติถล่มประตูให้ทีมชุดขาวก็ยังน่าทึ่ง ความเป็นที่ยอมรับจากแฟนบอลก็หายห่วง คือ อยู่ในสถานะที่เรียกว่าแตะต้องไม่ได้อย่างแท้จริง

แทบไม่มีความเป็นไปได้เลยที่โรนัลโด้จะย้ายออกจากเรอัล มาดริด เงินเท่าไหร่ก็ขโมยเขามาจากที่นั่นไม่ได้ แค่คิดก็ผิดแล้ว กระนั้นจากประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในวงการมานานทำให้ปาราติชี่รู้ด้วยเซนส์เช่นกันว่า จากท่าทีของเมนเดสนั้นเรื่องนี้มีโอกาสเป็นไปได้ สมองของเขาทำงานทันทีและก็เริ่มศึกษาช่องทาง

กระทั่งวันที่เขาต้องเจรจากับ เมนเดส อีกครั้งเพื่อปิดดีล ชูเอา กานเซโล่ นักเตะในสังกัดของ เมนเดส อีกคน เอเยนต์คนดังก็มองหน้าเขาแล้วพูดว่า “คุณยังจำเรื่องที่เราเคยคุยกันได้มั้ย ถ้าคุณต้องการเขาจริงๆ เขาพร้อมย้ายนะ”

ในการพูดคุยครั้งต่อมาจึงเป็นเรื่องค่าตัวและค่าเหนื่อยของโรนัลโด้ซึ่งนั่นทำให้ปาราติชี่แน่ใจว่าโรนัลโด้จะย้ายออกจากเรอัล มาดริดจริงๆ เรื่องไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นแล้ว.. อย่างไม่น่าเชื่อ

เขาบอกเมนเดสว่าขอเวลาแค่ไม่กี่วันจะรีบติดต่อกลับไปเพราะรู้ดีว่าถ้าปฏิเสธ โรนัลโด้ก็ยังจะย้ายทีมอยู่ดีและอาจจะเป็นทีมอื่นที่ได้ตัวไป ปาราติชี่รู้ทันทีอีกเช่นกันว่าดีลนี้จะทำให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน ต้องเป็นฝ่ายย้ายออกจากตูริน ขณะที่ด่านต่อไปคือการนำเรื่องนี้ไปเสนอต่อ อันเดรีย อันเญลลี่ ประธาน และ พาเวล เนดเวด รองประธานสโมสร

เขาเตรียมแผนงานไว้ 2 แบบ

หนึ่ง – ซื้อตัว เมาโร อิการ์ดี้ จากอินเตอร์ มิลาน ซึ่งจะเป็นดีลมหึมาทำให้เกิดความโกลาหลและร้อนระอุแน่นอนด้วยความเป็นอริกันระหว่างสองสโมสร

สอง – ซื้อคริสเตียโน่ โรนัลโด้จากเรอัล มาดริด ที่เหมือนเป็นไปไม่ได้แต่เขาสามารถกางตัวเลขค่าตัวและค่าเหนื่อยที่เมนเดสเสนอมาให้ทั้งคู่ดูได้เดี๋ยวนั้นเลย พนันออนไลน์

แน่นอนครับ มันเป็นดีลที่ใหญ่และช็อควงการทั้งสองดีล แต่สโมสรอย่างยูเวนตุสวางแผนงานเอาไว้อย่างนั้น ต้องยกระดับสโมสรให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนทีมอื่นไล่ตามไม่ทัน

“ผมบอกทั้งคู่ไปว่าเมนเดสยืนยันกับผมเองว่าถ้าเราอยากได้โรนัลโด้และพร้อมจ่ายในราคาที่เขาเสนอ เราจะได้ตัวโรนัลโด้ทันทีเพราะโรนัลโด้ไม่ต้องการทีมอื่นอีกเลยนอกจากยูเวนตุส”

อันเญลลี่ กับ เนดเวด เข้าใจกลไกของเกมนี้ดี เงิน 100 ล้านยูโรที่ยูเวนตุสต้องจ่ายให้เรอัล มาดริดและค่าเหนื่อยระดับ 500,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ของโรนัลโด้นั้นจะถูกกลบท่วมด้วยมูลค่าทางการตลาด มูลค่าเชิงผลงานในสนาม และมูลค่าใน

ส่วนที่เป็นไอคอนระดับโลกของโรนัลโด้

พูดง่ายๆ คือแทบไม่ต้องเสียเวลาดีดลูกคิดเรื่องความคุ้มค่าอะไรเลย อันเญลลี่ กับ เนดเวด เคาะไฟเขียวให้ปาราติชี่เดินหน้าลุยทันที แล้วบทสนทนาสั้นๆ ที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบวในวันนั้นก็นำมาซึ่งการย้ายทีมครั้งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดครั้งหนึ่งของวงการลูกหนัง

บางทีมันอาจเป็นความประจวบเหมาะก็ได้นะครับ ยังจำกันได้ไหมว่าโรนัลโด้เองพูดชัดเจนตอนที่ย้ายทีมใหม่ๆ ว่าเขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ต้องการของเรอัล มาดริดมากอย่างที่เคยเป็นอีกแล้ว ท่าทีของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรทำให้

เขารู้สึกอย่างนั้น

อะไรทำให้เขาคิดแบบนั้น?ลองพิจารณาจากผลงานในสนามของเขาดูครับ แม้ดูเผินๆ เราแทบไม่สัมผัสถึงความแตกต่างเพราะโรนัลโด้ก็ยังยิงประตูเป็นว่าเล่นและพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปอย่างสนุกสนาน แต่ตัวเลขที่เป็นสถิตินั้นโกหกกันไม่ได้

โรนัลโด้ทำประตูให้เรอัล มาดริดน้อยลงในช่วง 2 ฤดูกาลหลัง

นับจากฤดูกาลแรก 2009/10 ที่ยิง 33 ประตูจาก 35 นัดทุกรายการแล้ว โรนัลโด้ก็ระเบิดตาข่ายให้ทีมโลสบลังโกสอย่างบ้าคลั่ง ยิงเกินครึ่งร้อยประตู 6 ปีติดต่อกันตั้งแต่ฤดูกาล 2010/11 ถึง 2015/16

ตัวเลขคือ 53, 60, 55, 51, 61 และ 51 ประตูตามลำดับ

ทว่าสองฤดูกาลหลังสุดสถิติของดาวยิงโปรตุกีสหล่นลงไปเป็น 42 ประตูในซีซั่น 2016/17 กับ 44 ประตูในซีซั่น 2017/18 ซึ่งแม้จะยังอื้อซ่าอยู่ดีเมื่อเทียบกับกองหน้าคนอื่นแถมจำนวนเกมที่ลงเล่นก็น้อยกว่าเดิมเล็กน้อย แต่สำหรับความเป็นโร

นัลโด้แล้วนั่นคือผลงานที่แย่ลง

โรนัลโด้อาจจะรู้สึกว่าเพราะสถิติที่แย่ลงนี้ที่ทำให้ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ไม่รักเขาเหมือนเดิม

จริงเท็จอย่างไรไม่ทราบได้นะครับ มันอาจจะไม่มีอะไรในกอไผ่เลยก็ได้ โรนัลโด้อาจจะคิดไปเองและเปเรซก็ยังฟีเวอร์เขาเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือสุดท้ายแล้ว เรอัล มาดริดก็ไม่ได้รั้งตัวซูเปอร์สตาร์วัย 34 ปีคนนี้เอาไว้กับสโมสรต่อไปอยู่ดี

จากจุดเริ่มต้นในวันนั้น ทุกคนเดินตามเส้นทางของตัวเองต่อไป เรอัล มาดริด กับ ยูเวนตุส ยังคงแข็งแกร่งในเวทียุโรป โรนัลโด้เองก็เริ่มไหลลื่นกับการทะลวงประตูในชุดม้าลาย หลังจากที่ออกสตาร์ต 3 เกมแรกไม่มีประตูเลย แทงบอลออนไลน์

24 เกมในลีก ยิง 19 ประตูนำเป็นดาวซัลโวเซเรีย อา แชมเปี้ยนส์ ลีก 5 เกมยิง 1 ประตู ซูเปอร์โคปปา 1 เกมยิง 1 ประตู ยังไม่ถึงขนาดยิงรัวเป็นปืนกลเหมือนช่วงพีคสุดขีดที่มาดริด แต่นับไปนับมาคริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็ซัลโวไป 21 ประตูให้ยูเวนตุสไปเรียบร้อยแล้วนะครับ

คงไม่ต้องมองหาว่าใครผิดใครถูก วิถีของนักฟุตบอลอาชีพก็เป็นอย่างนี้ มีสุข มีเศร้า มีเซ็ง มีการเริ่มต้นใหม่ และไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

ทางเข้าSBOBET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *