ฝรั่งเศส ลูฟร์ โมนาลิซ่า ปิรามิดแก้ว สะพาน ปงต์ เดส์ ซาร์

ฝรั่งเศส ลูฟร์ โมนาลิซ่า ปิรามิดแก้ว สะพาน ปงต์ เดส์ ซาร์

                หากพูดถึงนัดเตะในยูโรฝรั่งเศสก็ต้องเอ่ยถึงเขาคนแรกเลยคือ ดิมิทรี พาเย็ด ฮีโร่ของทีมชาติฝรั่งเศสที่ทำให้ชนะโรมาเนียมาได้ 2-1 นั่นถือเป็นประตูที่ดีมากสำหรับเขา และไม่ว่าจะเปิดหนังสือพิมพ์ของสำนักข่าวไหนในฝรั่งเศสก็ต้องมีชื่อของเขาอยู่ เพื่อเรียกเรตติ้งและกระแสให้คนแห่ซื้อกันอย่างเนืองแน่น และไม่ว่าจะไปสั่งกระเพราไก่ไข่ดาวที่ไหนก็ต้องได้ยินคนพูดถึงไม่เว้นช่วงกันเลยทีเดียว

2559-06-20 11_04_08-ฝรั่งเศส ลูฟร์

                ฉายา “เลส์ เบลอส์” อาจจะเป็นทีมแรกที่ผ่านเข้ารอบน๊อกเอาท์ได้ก่อนใครเพื่อนเพราะคืนวันพุธที่สิบห้ามิถุนายนชาติเจ้าภาพเจอคู่ต่อสู้ที่ไม่แข็งแกร่งมากอย่างแอลแบเนีย คู่แข่งกลุ่มเอเตะกันที่สต๊าด เวเล โรโดรม เมืองมาร์กเซย ทางตอนใต้ที่ทางฮุลิแกนอังกฤษได้ไปป่วนเมืองเอาไว้จนมีผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บจากการชุลมุนในครั้งนั้น

                และหลังจากคู่เปิดสนามที่สต๊าดเดอฟร้องซ์ แซงต์ เดอนีส์ ชานกรุงปารีส เมื่อวันศุกร์ที่สิบมิถุนายน ก็ได้พบกับพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะที่ตั้งอยู่ในกรุงปารีสและเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดของโลกเลยทีเดียว

การจะเข้าไปดูโมนาลิซ่านั้นก็ไม่ยากเย็นอะไร หากมาจากถนนอิวรี่ อเวนิว ก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินที่ โทลเบียค สาย M7 ไปลงที่สถานี พาเลียสรอยัล มิวซี ดูลูฟ เดินขึ้นไปก็จะพบกับพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ใช้เวลาเดินไม่เกินยี่สิบนาที

ส่วนปิรามิดแก้วก็อยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ลูฟร์เลย สวยงามหยดย้อยแน่นอน และเมื่อจะเข้าไปข้างในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ก็เสียค่าบัตรเข้าชมแค่เพียง 15 ยูโร หรือหกร้อยบาทเท่านั้น โซนด้านในใหญ่และกว้างขวางมาก ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเดินจนครบทุกจุด เมื่อเข้าไปก็ได้พบกับ ภาพวาดสีน้ำมัน โมนาลิซ่า ของ ลีโอนาโด้ ดาวินซี่ ศิลปินเอกของโลกชาวอิตาเลียน ซึ่งถูกจัดอยู่ในห้องโถงใหญ่ และมีภาพวาดอื่นๆที่สวยงามอยู่รายล้อมเต็มไปหมด และข้างในก็ยังมีศิลปะอีกหลายอย่างเช่น วัตถุโบราณ ตั้งแต่สมัยกรีก โรมัน อียิปต์ เอเชีย แอฟริกา อเมริกาใต้ ข้างในนั้นก็ยังมีโปสการ์ดภาพวาดของโมนาลิซ่า เพื่อซื้อไปฝากแฟนหรือเพื่อน ญาติพี่น้องได้อีกด้วย ก็นับว่าเป็นอะไรที่สวยงาม น่าประทับใจมากๆสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสบรรยากาศของศิลปะที่แท้จริง

เมื่ออกมาด้านนอกก็ได้พบกับสะพานปงต์เดส์ซาร์ และประวัติของที่นี่ก็คือ เมื่ออดีตนั้นเป็นสะพานแห่งความรัก ที่คู่รักทั้งสองนั้นจะนำแม่กุญแจมาคล้องไว้บนราวสะพาน เพื่อทำสัญญาหรือเป็นความลับของคู่รักบางอย่าง แล้วโยนกุญแจทิ้งไปในแม่น้ำ เพื่อเป็นเครื่องหมายว่าจะรักษาความรักเอาไว้ให้ยาวนานตลอดไป โดยที่ไม่มีใครจะมาไขกุญแจหัวใจของทั้งสองคนได้อีก แต่สุดท้ายทางการกรุงปารีสก็ต้องมารื้อแม่กุญแจที่สะพานออก เมื่อวันที่หนึ่งมิถุนายนสองพันห้าร้อยห้าสิบแปดเพื่อป้องกันสะพานถล่ม และรบกวนสร้างความเดือดร้อนให้นักท่องเที่ยว ปงเดซาร์ (ฝรั่งเศส: Pont des Arts) เป็นสะพานคนเดินเท้าข้ามแม่น้ำแซนในปารีส เชื่อมระหว่างสถาบันแห่งฝรั่งเศส (Institut de France) กับจัตุรัสหน้าพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ชื่อสะพานตั้งชื่อตามชื่อของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ซึ่งเคยมีชื่อเรียกว่า “ปาแลเดซาร์” (Palais des Arts) ในช่วงจักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 1 เป็นสะพานเหล็กแห่งแรกที่สร้างขึ้นในปารีส สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นราว ค.ศ. 1802-1804 ในสมัยจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 เป็นสะพานเหล็กที่ประกอบด้วยช่องโค้งจำนวน 9 ช่อง สะพานถูกระงับการใช้งานในปี ค.ศ. 1976 หลังจากหน่วยงานด้านความปลอดภัยพบว่าโครงสร้างสะพานเสียหายจากแรงระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และจากความเสียหายจากเรือเฉี่ยวชนหลายครั้ง สะพานถูกสร้างขึ้นใหม่ช่วงปี ค.ศ. 1981-1984 โดยปรับลดช่องโค้งเหลือเพียง 7 ช่องเพื่อให้สอดรับกับปงเนิฟ สะพานที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ปัจจุบันนิยมใช้เป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของปารีส จากตำนาน “สะพานคู่รัก” ที่คู่หนุ่มสาวนิยมนำกุญแจสลักชื่อของตัวมาแขวนไว้กับราวสะพาน และโยนลูกกุญแจลงแม่น้ำแซน เป็นการแสดงคำมั่นสัญญาในความรักต่อกัน นอกเหนือจากสะพานแห่งนี้แล้ว ยังมีสะพานอีกแห่ง คือ ปงเดอลาร์เชอเวเช (Pont de l’Archevêché, สะพานอาร์ชบิชอป) ที่หนุ่มสาวนิยมนำกุญแจมาแขวนไว้