มึงเห็นฮอลแลนด์กลับบ้านมั้ย เดี๋ยวมึงได้กลับด้วย !

มึงเห็นฮอลแลนด์กลับบ้านมั้ย เดี๋ยวมึงได้กลับด้วย !

                คำนี้คงเป็นคำที่เวลส์ อยากบอกเมืองพ่อของเขา เช่นอังกฤษ ด้วยความที่ผลงานชองเวลส์ตอนนี้ไม่ด้อยไปกว่าทีมชาติไหนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นผลงานคะแนนความสามารถของนักเตะ รวมไปทั้งการเข้าขากัน การเค้นฟอร์มของนักเตะ และระบบที่ลงตัว

                จะเล่นเอาฮา หรือจะเล่นเอาแชมป์อันนี้ไม่รู้ รู้แต่ว่าเวลส์ที่มีชื่อชั้นเป็นรองอังกฤษ แต่ตอนนี้มีความน่าเชื่อถือจากโพลผู้ดี SBOBET มากกว่าอังกฤษหลายเท่าเข้าไปแล้ว กับตำแหน่งแชมป์

2559-06-25 12_07_55-เวลส์

ใครจะไปคิดว่าทีมชั้นล่างอย่างเวลส์ จะเข้ามาถึงรอบสิบหกทีมสุดท้ายได้แบบองอาจ และแน่นอนว่าพี่ใหญ่อย่างอังกฤษก็แทบเอาตัวไม่รอด หน้าแหกแบบหมอไม่รับเย็บกันเลยทีเดียว

มันน่าขายขี้หน้าน้องเล็กก็ตรงที่ตัวเองมีทุกอย่าง แถมยังเป็นเมืองขึ้นเขาซะด้วยซ้ำ เรียกว่าพ่อกับลูกก็ยังไหว ผู้เล่นที่เตะอยู่ในพรีเมียร์ลีกอยากใช้ใครก็สั่งมาเข้าทีมได้แทบทั้งหมด มีแต่ตัวดาราดังๆทั้งนั้น แต่ทางน้องเล็กอย่างเวลส์ มีเพียงแค่แกเร็ธ เบล กับ อารอน แรมซี ที่พอจะสู้ซุปตาร์จากอังกฤษได้เท่านั้นเอง

ผู้จัดการทีมชาติเวลส์ยังมองออกว่าแม้นักเตะในทีมจะเป็นนักเตะที่ดี แต่ชั้นเชิงก็ยังเป็นรองอีกหลายประเทศอยู่มาก ฉะนั้นจึงมีการวางระบบที่รัดกุม และแน่นอนว่า สปิริตเกินร้อยทุกตำแหน่ง ด้วยระบบ 3-5-2

และเราพบว่า เมื่อแกนหลักแปดคนนี้ลง ก็เหมือนกับแปดเทพอภินิหาร นั่นคือแอชลีย์ วิลเลี่ยมส์ เจมส์ เชวเตอร์ และเบน เดวิส ประกบมากับ นีล เทเลอร์ คริส กันเทอร์ รวมทั้งแดนหน้าอย่าง โจ อัลเลน แรวซี และเบล ที่ยืนเป็นหัวหอกตัวสำคัญ เป็นตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดแล้ว

แต่ก่อนการเล่นบอลสไตล์อังกฤษเน้นบอลแบบถึกๆเหมือนอเมริกันฟุตบอล คือโยนบอลให้กองหน้าเข้าทำ ด้วยการโหม่ง วิ่งชน เอาร่างกายใหญ่ๆเข้าบดเบียดเพื่อความได้เปรียบ เรียกว่าเป็นแผนการเล่นที่สุดจะโบราณมากในยุคนี้ แต่หมดยุคนั้นมาก็มีแผนการเล่นที่เปลี่ยนไป

เมื่อเข้ามาถึงยุคของเซอร์บ็อบบี้ ร็อบสัน เขาเข้ามาเพื่อคว้าแชมป์ให้กับอังกฤษ มันอยู่ในยุคของปีทอง เมื่ออังกฤษได้ตำแหน่งอันดับสี่ของโลกไปในปีหนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบ แต่ยุคสัมยนั้นก็ยังเน้นเล่นบอลแบบวิ่งเข้าชนตั้งแต่เสียงนกหวีดดังขึ้น จนเสียงนกหวีดสุดท้ายดังอีกครั้ง

และเมื่อเข้ามาจนถึงในยุคของสเวนโกรัน อิริคสัน ปีสองพันหนึ่ง ยุคนั้นเรียกได้ว่าอังกฤษมีนักเตะระดับตำนานอยู่ในทีมแบบคับคั่ง และนับตั้งแต่ปีที่อังกฤษคว้าแชมปฺโลกในปีหนึ่งพันเก้าร้อยหกสิบหก ซึ่งพวกเขามีทั้งเดวิด เบ็คแฮม สตีเว่น เจอร์ราด พอล สโคลส์ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ไมเคิ้ล โอเว่น แอชลีย์ โคล ริโอ เฟอดินาน แต่ที่แปลกคือ ผลงานไม่ได้ดูดีอะไรเลย

และก็เข้ามาสู่ยุคของฟาบิโอ คาเปลโล่ ยอดกุณซืออิตาเลี่ยน ซึ่งแม้แต่เอาฟุตบอลแนวอิตาเลี่ยนมาใช้ ก็ยังไม่สามารถเอามาทำประโยชน์อะไรกับสิงโตคำรามได้อยู่ดี เพราะพวกเขาถนัดที่จะวิ่งไปทำลาย มากกว่าการยืนแบบมีระบบนั่นเอง

ช่วงหลังๆมานี้อังกฤษพยายามที่จะเอาเทคนิคการเล่นที่ดีของทางฝั่งอิตาลีและเยอรมัน สเปนมาใช้ แต่พวกเขาก็ยังไม่ถนัดในรูปแบบพวกนั้นสักเท่าไหร่ ซึ่งสุดท้ายแล้วมนุษย์เราควรที่จะยอมรับความถนัดของตัวเองแล้วพัฒนาให้ถึงขีดสุด จะได้ประโยชน์มากกว่าการวิ่งตามชาวบ้านที่เขาไปไกลแล้วมากกว่า

ยกตัวอย่างเช่นทีมอย่างเวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ชาติลูกของอังกฤษ ที่เจียมเนื้อเจียมตัว เพราะรู้ทักษะของลูกทีมดีอยู่แล้ว ซึ่งมีทักษะบางอย่างอยู่อย่างจำกัด จะให้ไปเทียบเทคนิคชั้นสูงของชาติอื่นๆเขาก็คงลำบาก แต่เรื่องพละกำลังนั้นไม่เป็นรองใคร

แต่จะว่าไปแล้วเวลส์ก็ไม่ได้เข้าตาจนขนาดที่จะไม่มีใครเป็นคีย์แมนได้ เพราะพวกเขายังมีอารอน แรมซีและ แกเร็ธ เบล ที่สามารถพลิกชะตาชีวิตของเวลส์ได้เสมอ จนทำให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเอาชนะมาได้ด้วยกำลังของตัวเอง

ถ้าพูดถึงอารอน แรมซี เขาเป็นมิดฟิลด์คนหนึ่งที่ครบเครื่อง ทั้งความขยัน การเคลื่อนที่ที่ฉับไว เบสิคการรับส่งบอล การจ่ายลูกสั้นและยาว เพื่อเข้าทำประตู และแม้แต่การเข้าไปทำประตูก็ทำได้ดีอีกด้วย

                คนที่อยากพูดถึงมากๆอีกคนคือ อัลเลน เขาเป็นคนหนึ่งที่ปิดทองหลังพระ สู้เพื่อทีม วิ่งช่วยเติมในตำแหน่งที่ขาด ต่อเกมรับ เกมรุกได้ดี และยังรักษาตำแหน่งตัวเองได้ดี เมื่อทีมต้องการ เขาจะอยู่ตรงนั้นเสมอและไม่ทำให้ผิดหวัง